ผู้ใช้หูฟังตัดเสียงรบกวนตรวจระดับเสียงบนโทรศัพท์ระหว่างเดินทาง

ฟังหูฟังอย่างปลอดภัย ควรเปิดเสียงเท่าไรและพักหูบ่อยแค่ไหน

Health

หูฟังไม่ได้ทำลายการได้ยินเพียงเพราะใส่ไว้ที่หู ความเสี่ยงขึ้นกับระดับเสียง ระยะเวลาที่ฟัง และความถี่ของการสัมผัสเสียงดัง ปัญหาคือเรามักค่อย ๆ ชินกับเสียง โดยเฉพาะบนรถหรือในสถานที่จอแจ จนเพิ่มระดับเสียงโดยไม่รู้ตัว การฟังอย่างปลอดภัยจึงไม่ใช่จำตัวเลขเดียว แต่ต้องควบคุม “ปริมาณเสียงสะสม” ตลอดวันและสัปดาห์

เสียงยิ่งดัง เวลาที่ปลอดภัยยิ่งสั้น

องค์การอนามัยโลกระบุว่าระดับและระยะเวลามีผลร่วมกัน ตัวอย่างเช่น ระดับเฉลี่ย 80 เดซิเบลสามารถฟังได้รวมประมาณ 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ขณะที่ 90 เดซิเบลลดลงเหลือประมาณ 4 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ตัวเลขนี้แสดงว่าการเพิ่มเสียงไม่กี่เดซิเบลอาจลดเวลาที่เหมาะสมอย่างมาก และต้องนับรวมเสียงดังจากคอนเสิร์ต การเดินทาง งาน หรือเกม ไม่ใช่เฉพาะเพลงในหูฟัง

ตั้งระดับเสียงอย่างไร

WHO แนะนำให้ตั้งอุปกรณ์ไม่เกินประมาณ 60% ของระดับสูงสุด และหากมีระบบวัดเสียง ควรรักษาค่าเฉลี่ยต่ำกว่า 80 เดซิเบล อย่างไรก็ตาม เปอร์เซ็นต์เสียงของแต่ละโทรศัพท์และหูฟังไม่เท่ากัน จึงควรใช้ข้อมูลการรับเสียงสะสมที่ระบบปฏิบัติการแสดงร่วมด้วย หากต้องเร่งเสียงเพื่อกลบสิ่งแวดล้อม ให้พิจารณาหูฟังที่กระชับหรือมีระบบตัดเสียงรบกวนแทน

แนวคิดควบคุมระดับเสียง ระยะเวลาฟัง และการพักหูเพื่อลดความเสี่ยง

เลือกหูฟังแบบไหนช่วยได้

หูฟังครอบหูไม่ได้ปลอดภัยกว่าหูฟังสอดหูโดยอัตโนมัติ ปัจจัยหลักยังเป็นเสียงที่ถึงแก้วหูและเวลาฟัง รุ่นที่พอดีและซีลเสียงได้ดีช่วยให้ไม่ต้องเปิดดัง ระบบตัดเสียงรบกวนมีประโยชน์บนเครื่องบินหรือรถไฟ แต่ไม่ควรใช้จนไม่ได้ยินสัญญาณเตือนในถนนหรือพื้นที่เสี่ยง ทำความสะอาดส่วนที่สัมผัสหูและหยุดใช้หากมีอาการเจ็บ ระคายเคือง หรือแน่นหู

สร้างนิสัยพักหู

กำหนดช่วงพักสั้นเป็นประจำ โดยเฉพาะหลังประชุม เล่นเกม หรือฟังเพลงต่อเนื่องนาน ๆ ปิดการเล่นอัตโนมัติเมื่อไม่จำเป็น และใช้ลำโพงระดับเบาในพื้นที่ส่วนตัวบ้าง หลังออกจากคอนเสิร์ตหรือพื้นที่เสียงดัง ควรให้หูพักแทนการใส่หูฟังเสียงดังต่อทันที แอปหรือระบบเตือนปริมาณเสียงช่วยให้เห็นแนวโน้มได้ดีกว่าการเดาจากความรู้สึก

สัญญาณที่ไม่ควรมองข้าม

เสียงอื้อหรือเสียงดังในหู การได้ยินเสียงอู้อี้หลังฟัง การต้องเพิ่มเสียงมากขึ้น หรือฟังบทสนทนาในที่จอแจยาก อาจเป็นสัญญาณเตือน หากอาการไม่หายหรือเกิดซ้ำ ควรหยุดสัมผัสเสียงดังและพบแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านการได้ยิน โดยเฉพาะการสูญเสียการได้ยินฉับพลันข้างเดียวร่วมกับเวียนศีรษะหรืออาการผิดปกติอื่นควรได้รับการประเมินอย่างเร่งด่วน

สรุป

การฟังหูฟังอย่างปลอดภัยต้องคุมทั้งระดับเสียง เวลา และเสียงสะสมจากกิจกรรมอื่น ใช้หูฟังที่พอดี ลดการเร่งเสียงในที่จอแจ พักหู และเปิดฟีเจอร์ติดตามการรับเสียง หากมีเสียงอื้อหรือได้ยินเปลี่ยนไปอย่าฝืนฟังต่อ เพราะการป้องกันทำได้ง่ายกว่าการแก้ไขความเสียหายที่เกิดขึ้นแล้ว

แหล่งข้อมูล: WHO: Deafness and hearing loss — Safe listening

Related Posts