
วิธีทำให้เว็บไซต์ WordPress โหลดเร็วขึ้นแบบมืออาชีพ (ไม่ต้องใช้โค้ด!)
1 เลือกโฮสติ้งที่มีประสิทธิภาพสูง
โฮสติ้งมีผลโดยตรงต่อความเร็วเว็บไซต์ ควรเลือกโฮสติ้งที่มีเซิร์ฟเวอร์แรง รองรับ SSD และมีระบบแคชภายใน เช่น Cloudways SiteGround หรือ Kinsta หลีกเลี่ยงโฮสติ้งราคาถูกที่มีทรัพยากรจำกัด เพราะอาจทำให้เว็บโหลดช้าและล่มได้ง่าย
2 ใช้ธีมที่เบาและโหลดเร็ว
ธีมที่มีฟีเจอร์เยอะเกินไปอาจทำให้เว็บทำงานช้าลง ควรเลือกธีมที่ออกแบบมาให้โหลดเร็ว เช่น Astra GeneratePress หรือ Kadence เพราะธีมเหล่านี้มีโค้ดที่สะอาด ใช้ทรัพยากรน้อย และรองรับการตั้งค่าแคชได้ดี
3 ติดตั้งปลั๊กอินแคชเพื่อลดเวลาโหลดหน้าเว็บ
ปลั๊กอินแคชช่วยให้ WordPress โหลดหน้าเว็บจากไฟล์แคชแทนการดึงข้อมูลจากเซิร์ฟเวอร์ทุกครั้ง ทำให้เว็บเร็วขึ้น แนะนำให้ใช้ปลั๊กอินเช่น WP Rocket W3 Total Cache หรือ LiteSpeed Cache ซึ่งสามารถตั้งค่าได้ง่ายโดยไม่ต้องใช้โค้ด
4 บีบอัดรูปภาพให้เล็กลงโดยไม่เสียคุณภาพ
รูปภาพที่มีขนาดใหญ่เกินไปทำให้หน้าเว็บโหลดช้า ควรใช้ปลั๊กอินช่วยบีบอัดไฟล์ภาพ เช่น ShortPixel Smush หรือ Imagify ซึ่งช่วยลดขนาดไฟล์ภาพโดยไม่ทำให้คุณภาพลดลง
5 ใช้ CDN กระจายเนื้อหาไปยังเซิร์ฟเวอร์ทั่วโลก
CDN หรือ Content Delivery Network ช่วยให้เว็บไซต์โหลดเร็วขึ้นโดยกระจายเนื้อหาไปยังเซิร์ฟเวอร์ที่ใกล้ผู้ใช้งานมากที่สุด แนะนำให้ใช้ Cloudflare หรือ BunnyCDN ซึ่งช่วยลดเวลาตอบสนองของเซิร์ฟเวอร์และเพิ่มความเร็วในการโหลดหน้าเว็บ
6 ลบปลั๊กอินที่ไม่จำเป็นและอัปเดตปลั๊กอินสม่ำเสมอ
การติดตั้งปลั๊กอินมากเกินไปอาจทำให้ WordPress ทำงานช้าลง ควรลบปลั๊กอินที่ไม่ได้ใช้งาน และเลือกใช้ปลั๊กอินที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อลดช่องโหว่ด้านความปลอดภัยและเพิ่มประสิทธิภาพของเว็บ
7 ลดจำนวนการโหลดไฟล์ภายนอก
บางเว็บไซต์โหลดไฟล์จากแหล่งภายนอกมากเกินไป เช่น ฟอนต์จาก Google Fonts หรือไอคอนจาก Font Awesome ควรเลือกใช้เฉพาะที่จำเป็นและโหลดฟอนต์มาเก็บไว้ในเว็บไซต์เพื่อลดเวลาการเชื่อมต่อไปยังเซิร์ฟเวอร์อื่น
8 เปิดใช้งาน Lazy Load ให้โหลดเฉพาะสิ่งที่จำเป็น
Lazy Load ช่วยให้รูปภาพและวิดีโอโหลดเฉพาะเมื่อผู้ใช้เลื่อนมาถึง ช่วยลดภาระการโหลดหน้าเว็บตั้งแต่แรก แนะนำให้ใช้ปลั๊กอินเช่น Lazy Load by WP Rocket หรือ Jetpack เพื่อเปิดใช้งานฟีเจอร์นี้ได้ง่ายๆ
9 ปรับแต่งฐานข้อมูลให้สะอาดและโหลดเร็วขึ้น
ฐานข้อมูลที่มีข้อมูลเก่าหรือไฟล์ขยะมากเกินไปอาจทำให้เว็บไซต์ทำงานช้าลง ควรใช้ปลั๊กอินอย่าง WP-Optimize หรือ Advanced Database Cleaner เพื่อลบข้อมูลที่ไม่จำเป็นและทำให้เว็บไซต์ทำงานได้รวดเร็วขึ้น
10 ใช้เวอร์ชัน PHP ที่รองรับประสิทธิภาพสูงสุด
WordPress ทำงานได้ดีที่สุดกับ PHP เวอร์ชันใหม่ ควรตรวจสอบว่าโฮสติ้งของคุณรองรับ PHP เวอร์ชันล่าสุด เช่น PHP 8.0 ขึ้นไป เพราะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการประมวลผลและลดระยะเวลาการโหลดเว็บไซต์
การทำให้เว็บไซต์ WordPress โหลดเร็วขึ้นไม่จำเป็นต้องใช้โค้ด เพียงแค่เลือกเครื่องมือและตั้งค่าต่างๆ ให้เหมาะสม เว็บไซต์ก็สามารถทำงานได้เร็วขึ้นและให้ประสบการณ์ที่ดีขึ้นกับผู้ใช้