
5 ขั้นตอนด่วน เมื่อพบว่าเว็บไซต์ติด Malware ต้องทำอะไรบ้าง
1 ปิดเว็บไซต์ชั่วคราวเพื่อป้องกันความเสียหายเพิ่มเติม
หากพบว่าเว็บไซต์ติด Malware ควรปิดเว็บไซต์ชั่วคราวเพื่อลดความเสี่ยงที่ผู้เข้าชมจะได้รับผลกระทบ และป้องกันไม่ให้แฮกเกอร์เข้าถึงข้อมูลเพิ่มเติม สามารถปิดเว็บไซต์ผ่านการตั้งค่าโฮสติ้งหรือใช้ไฟล์ .htaccess เพื่อบล็อกการเข้าถึงชั่วคราว
2 สแกนเว็บไซต์เพื่อตรวจหามัลแวร์
ใช้เครื่องมือตรวจสอบความปลอดภัย เช่น Wordfence Sucuri หรือ MalCare เพื่อตรวจสอบว่ามีไฟล์อันตรายแทรกอยู่ที่ใด ควรสแกนทั้งไฟล์หลักของ WordPress ฐานข้อมูล และปลั๊กอินที่ติดตั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าตรวจพบทุกจุดที่อาจติดมัลแวร์
3 ลบไฟล์ต้องสงสัยและทำความสะอาดฐานข้อมูล
หากพบไฟล์แปลกปลอม ควรลบออกทันที หรือหากพบว่าฐานข้อมูลถูกแก้ไข ควรใช้เครื่องมืออย่าง phpMyAdmin เพื่อตรวจสอบและแก้ไขข้อมูลที่ผิดปกติ ถ้าไม่แน่ใจว่าควรลบไฟล์ไหน ให้ใช้ปลั๊กอินความปลอดภัยช่วยกู้คืนไฟล์ระบบ
4 อัปเดต WordPress ปลั๊กอิน และธีมให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด
เว็บไซต์ที่ใช้ WordPress เวอร์ชันเก่ามักมีช่องโหว่ด้านความปลอดภัย ควรอัปเดตระบบทั้งหมด รวมถึงปลั๊กอินและธีม เพื่อป้องกันแฮกเกอร์ใช้ช่องโหว่เดิมในการโจมตีอีกครั้ง ถ้าพบปลั๊กอินหรือธีมที่ไม่ได้รับการอัปเดตมานาน ควรพิจารณาเปลี่ยนไปใช้ตัวอื่นที่ปลอดภัยกว่า
5 เปลี่ยนรหัสผ่านและเพิ่มมาตรการความปลอดภัย
หลังจากกำจัดมัลแวร์ออกจากเว็บไซต์ ควรเปลี่ยนรหัสผ่านของ WordPress ฐานข้อมูล และบัญชีโฮสติ้งเพื่อป้องกันการเข้าถึงซ้ำ นอกจากนี้ ควรเปิดใช้งานการยืนยันตัวตนสองขั้นตอน และติดตั้งปลั๊กอินความปลอดภัยเพื่อป้องกันการโจมตีในอนาคต
หากดำเนินการครบทั้ง 5 ขั้นตอนแล้ว ควรเฝ้าระวังและตรวจสอบเว็บไซต์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดความเสี่ยงที่จะติดมัลแวร์อีกครั้ง